Monday, September 12, 2011

อ่านบทละคร ในรอยรัก ตอนที่ 5

กานนออกมาดูหน้าบ้าน เห็นเพียงท้ายรถโฟล์คที่วิ่งไปมีควันดำพวยพุ่งออกมาเท่านั้น...หนีพ้นมาได้ ม่านมัสลินต่อว่าคิมที่ให้มาช่วย กลับกลายเป็นมาหาเรื่อง คิมน้อยใจแกล้งพูดให้จอดรถเลย เขาจะลงตรงนี้ รถม่านมัสลินจอดกึก คิมรีบบอกว่าเขาล้อเล่น แต่ม่านมัสลินยิ้มเจื่อนๆ สารภาพไม่ได้ล้อเล่น เพราะรถมันเสียจริงๆ คิมหน้าเหวอ

กุเทพขับรถมาจอดหน้าบ้านม่านมัสลิน กำลังจะกดกริ่ง แท็กซี่เข้ามาจอด ม่านมัสลินลงจากรถมาพร้อมคิม กุเทพหงุดหงิดที่เห็นกลับมากับคิมอีกแล้ว เข้าไปดึงเธอบอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย แต่เธอกลับให้คุยมาเลยเพราะคิมเป็นเพื่อน กุเทพเหล่คิมก่อนจะเอ่ยว่าเรื่องเธอกับกานน

“อาปลิวน่ะทั้งหล่อทั้งเก่ง ขยับตัวทำอะไรก็เป็นข่าวไปซะหมด” กุเทพเกทับคิม

“ข่าวในหนังสือพิมพ์ที่คุณให้ผมดูน่ะเหรอ ไม่เห็นมีอะไรเลยนี่ ก็แค่รูปถ่ายธรรมดาๆ”

คิมถามม่านมัสลินหน้าตาเฉย กุเทพหุบยิ้มทันที “นี่มัสเล่าให้หมอนี่ฟังก่อนพี่เหรอ”

“พี่กุคะ ก็บอกแล้วไงว่าคิมเขาเป็นเพื่อนมัสคนหนึ่ง มีปัญหาอะไรก็ปรึกษาเขา ก็เหมือนกับที่มัสปรึกษาพี่กุ”
กุเทพโวย “เหมือนพี่...”

ม่านมัสลินโอดโอยพูดอะไรก็ผิดไปหมด เปลี่ยนเรื่องมาถามถึงกานนว่าอย่างไรกับเรื่องข่าวบ้าง กุเทพงอนเดินกลับไปที่รถ ม่านมัสลินเรียกไว้ เขานึกว่าจะง้อ ที่ไหนได้กลับฝากคิมไปลงปากซอย กุเทพยิ่งโกรธไม่ให้ไป ม่านมัสลินหันมายิ้มแหยๆกับคิม คิมถามนี่หรือพี่ชายใจดี...

คืนนั้น มธุรินเที่ยวผับดื่มกับพินสุดาจนเมา ขับรถเรื่อยเปื่อยมาจอดหน้าบ้านกานน นึกถึงวันแรกที่ตนพบกับเขาสิบปีก่อน ท่าทีเขาสุภาพกับตนอย่างไรก็ยังเหมือนเดิม เธอร้องไห้อยู่ในรถสรุปในใจว่า ตนคงคิดไปเองฝ่ายเดียวว่าเขาเป็นคนรัก...ขณะที่กานนกำลังรวบรวมข้อมูลที่ไปเอามาจากบ้านเก่า มธุรินโทร.เข้ามา น้ำเสียงร้องไห้เมามาย รำพันว่าเขาคิดอย่างไรกับเธอ กานนตกใจรีบถามว่าเธออยู่ที่ไหน แต่มธุรินไม่ทันฟังเพราะมัวชะโงกหน้าออกไปอาเจียนนอกรถ กานนว้าวุ่นใจ กดโทร.หามธุรินแต่ไม่ติด พลันมีสายโทร.สวนเข้ามา กานนแปลกใจที่เป็นม่านมัสลิน แต่คิดว่ากุเทพคงใช้โทร.เข้ามาอีก จึงรับสาย แล้วต้องตกใจเพราะเป็นเธอจริงๆ

“ค่ะ ฉันเอง ไม่ทราบว่ารบกวนคุณรึเปล่าคะ”

“เอ่อ...ไม่ครับ คุณมีเรื่องอะไรด่วนรึเปล่า”

ม่านมัสลินบอกว่าอยากคุยเรื่องข่าว กานนไม่ตกใจเห็นเป็นเรื่องธรรมดา ม่านมัสลินเคือง

“ฉันก็ไม่ได้คิดต่างไปจากคุณสักเท่าไหร่หรอกถ้าแฟนคุณไม่หอบข่าวนั่นมาเอาเรื่องฉัน”
   

กานนเอ่ยชื่อมธุรินออกมา ม่านมัสลินสะเทือนใจที่เขายอมรับ กานนขอให้เธอเรียกชื่อมธุรินหรือเดียร์ อย่าเรียกว่าแฟนเขา ม่านมัสลินไม่สนใจ ขอให้เขาไปยืนยันกับมธุรินว่าไปบ้านตนเพราะแค่ส่งยาย ส่วนรูปไม่รู้ว่าใครเป็นคนถ่าย เขาคงไม่คิดว่าตนเป็นคนทำ

“ร้อนตัวไปใหญ่แล้ว ก็บอกแล้วไงมันเรื่องไม่เป็นเรื่อง ผมไม่คิดอะไรทั้งนั้น โอเคมั้ย”

“ฉันก็แค่ไม่ชอบการเข้าใจผิด”

“อันที่จริงผมควรเป็นฝ่ายโทร.หาคุณ แต่พอดีผมวุ่นๆอยู่กับเรื่องคุณปู่”

ม่านมัสลินสลดลงถามอาการเจ้าสัว กานนตอบว่า พ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ยังต้องนอนโรงพยาบาล ม่านมัสลินถามว่ามีอะไรให้ตนช่วยแล้วไม่เดือดร้อนเขาให้บอก กานนยิ้มย้อนถามว่าจริงหรือ ม่านมัสลินย้ำว่าตนมีส่วนทำให้เจ้าสัวป่วย ตนไม่มีวันสบายใจ กานนได้ทีให้เธอช่วยตามหาคน พรุ่งนี้เขาจะไปรับที่บ้านแต่เช้า ม่านมัสลินค้านว่าจะช่วย ไม่ได้จะไปไหนด้วย กานนไม่สนใจถือว่าเธอรับปากแล้ววางสายไปเลย ม่านมัสลินกำลังงุ่นง่าน มือถือดังขึ้นอีก เธอรีบรับ

“ฮัลโหล...นี่คุณ...ใช่...มัสลินพูด” ม่านมัสลินต้องชะงัก เพราะปลายสายบอกว่าเป็นมธุริน

ม่านมัสลินวิ่งออกไปหน้าบ้าน พบรถมธุรินจอดอยู่ แต่ตัวเธอเมา คุยด้วยสักพักก็หลับไม่ตื่นเสียแล้ว ม่านมัสลินจำต้องขับรถมธุรินไปส่งที่บ้าน ปลุกเธอให้เรียกคนในบ้านออกมารับ แต่เธอก็ไม่ยอมตื่น จึงคิดจะโทร.เรียกคนในบ้านออกมา พลัน รถเตชแล่นมา พอเห็นรถลูกสาวจอดอยู่หน้าบ้านก็ตกใจลงมาดู เขาตบประตูเรียก ม่านมัสลินเข้ามาบอกว่า ลูกสาวคุณแค่หลับไป

เตชเข้าใจว่าม่านมัสลินทำร้ายมธุริน “คนบ้าอะไรมันจะหลับคอตกแบบนี้ เธอทำอะไร”

“ถามลูกคุณดูเองเถอะ...ของมธุริน” ม่านมัสลินยื่นมือถือคืนให้

เตชปัด มือถือตกแตกกระเด็น แล้วคว้าไหล่เธอมาบีบแน่น “เรื่องที่บริษัทฉันเมื่อวันก่อน ฉันยังไม่ได้คิดบัญชีกับเธอ แล้วนี่อะไร เธอกล้าดียังไงมายุ่งกับลูกสาวฉัน นังเด็ก เมื่อวานซืน วันนี้แกได้เห็นฤทธิ์ฉันแน่”

“คุณเป็นพ่อฉันรึไง ทำไมฉันต้องกลัวคุณ ปล่อยฉันนะ” ม่านมัสลินบิดตัวออกจากมือเขา

เมื่อเตชไม่ปล่อย ม่านมัสลินจึงกัดแขนเขาเต็มแรง เตชโมโหผลักเธอล้มอย่างแรง ไฟรถสาดใส่ บัวบงกชวิ่งลงมาประคองร่างม่านมัสลิน แล้วต่อว่าเตช เป็นลูกผู้ชายหรือเปล่าทำร้ายเด็ก

“นี่คุณกำลังด่าผมต่อหน้านังเด็กนี่นะบัว”

ม่านมัสลินสะบัดตัวออกจากบัวบงกช แล้วโวยใส่ “เพราะมีพ่อแม่อย่างคุณสองคนนี่ยังไง ลูกคุณถึงได้เมาไม่รู้เรื่องแบบนั้น”

บัวบงกชรีบไปดูแลมธุริน ม่านมัสลินหันมาเล่นงานเตชอีก “บอกลูกสาวคุณด้วยว่าเลิกยุ่งกับฉันได้แล้ว กานนไม่เคยอยู่ในสายตาฉัน แล้วจำไว้ด้วยนะว่า ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะทำกับฉันได้ฝ่ายเดียว”

“หยุดนะมัสลิน เธอไม่มีสิทธิ์พูดกับคุณเตชแบบนี้”

“คุณคงอยู่กับการออกคำสั่งเสียจนชิน ขอโทษนะ  คุณไม่ใช่แม่ฉัน เก็บคำสั่งสอนไว้ใช้กับลูกสาวขี้เมาของคุณเหอะ” ม่านมัสลินหัวเราะ แล้วผละไป

บัวบงกชสะอึกกับคำพูดแทงใจ จะวิ่งตามม่านมัสลิน เตชห้ามไว้ให้ดูแลลูก บัวบงกชน้ำตาอาบแก้ม เตชไม่พอใจที่เธอร้องไห้ให้กับม่านมัสลิน บัวบงกชละล้าละลัง ตัดสินใจบอก เตชพาลูกเข้าบ้าน ตนไม่อาจปล่อยให้ม่านมัสลินกลับบ้านคนเดียวดึกดื่นแบบนี้

“เพราะมันเป็นลูกไอ้ภาษิต อลงกรณ์ใช่มั้ย” เตชตะโกนไล่หลังอย่างเจ็บปวด

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ม่านมัสลินตื่นนอนเพราะเสียงเคาะเรียกของแป้น พอมองนาฬิกาต้องตกใจเพราะสายโด่ง แป้นร้องบอกว่ามีคนมารอ ม่านมัสลินนึกได้สงสัยจะเป็นกานน

ม่านมัสลินจำต้องนั่งรถกานนไปอย่างไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ที่ยอมออกมาเพราะจิรดาอยู่บ้าน ไม่อยากให้เจอกัน กานนถามว่าลืมนัดของเขาหรือ ม่านมัสลินว่าเขาทึกทักไปคนเดียว

“คุณจะพูดให้เหนื่อยไปทำไม ยังไงตอนนี้คุณก็อยู่กับผมแล้ว และสิ่งที่ผมขอให้คุณช่วยมันก็ทำให้คุณปู่ผมอาการดีขึ้นแน่ๆ หรือคุณไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น”

“งั้นก็ขับเร็วเข้า ฉันเองก็อยากออกนอกเมืองเต็มที”

“เอ๊ะ คุณนี่ยังไงนะ เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ตามไม่ถูกเลยแฮะ”

ม่านมัสลินเอนตัวลงนอนอิงประตู บอกเขาถึงแล้วปลุกด้วย กานนถามเมื่อคืนอดนอนหรือ ม่านมัสลินเจ็บใจ “ก็จะใครที่ไหนล่ะ แฟนคุณนั่นล่ะ ช่างเหอะ ฉันหลับดีกว่า”

กานนเหล่มองแล้วบึ่งรถมุ่งสู่ฉะเชิงเทรา...ในขณะที่บ้านมธุรินร้อนรุ่ม ไม่มีใครมีความสุข สามคนพ่อแม่ลูกนั่งโต๊ะอาหารร่วมกันแต่ไม่พูดจากัน จนมธุรินอึดอัดขอตัวไปทำงานก่อน บัวบงกชเปล่งเสียงขึ้นว่า คงไม่ลืมว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน มธุรินเสียงอ่อย

“เดียร์ก็แค่ไปเที่ยวกับเพื่อนนิดหน่อย”

“นิดหน่อยเหรอ การที่ลูกหลับไม่ได้สติกลับบ้านเองยังไม่ได้ เรียกว่านิดหน่อยงั้นเหรอแล้วอย่าคิดนะว่าแม่ไม่รู้ว่าคนที่ลูกไปด้วยน่ะคือยัยกิ๊บ”

มธุรินเหลือบมองเตชเกรงโดนรุม เขาวางช้อนส้อมจะลุกหนี บัวบงกชเรียกไว้ ตนมีเรื่องต้องคุยกับเขาเหมือนกัน เตชบอกว่าเขามีประชุม บัวบงกชขอพูดสั้นๆไม่เสียเวลา มธุรินเผ่นหนีออกไปพร้อมสาวใช้ เตชถามว่ามีอะไรว่ามา

“ฉันขอให้เรื่องเมื่อคืนเป็นครั้งสุดท้ายที่คุณจะทำร้ายหรือยุ่งเกี่ยวกับม่านมัสลิน”

“คุณน่าจะเฉลยสักนิดนะว่าตกลงมันคือลูกของไอ้ภาษิต ผมจะได้รู้ๆไปซะทีว่าที่คุณห่วงใยนังตัวแสบนั่นนักหนา ก็เพราะมันเป็นลูกของแฟนเก่า”

“คุณเชื่ออย่างนั้นเหรอคะ”

“แล้วคุณว่าผมเดาเรื่อยเปื่อยรึไง”

“เปล่าค่ะ ดีซะอีกที่คุณรู้ซะทีว่าม่านมัสลินเป็นลูกของภาษิต”

“แล้วนั่นมันก็เป็นเหตุผลที่คุณปกป้องลูกมันมากกว่าลูกของตัวเอง”

บัวบงกชขอให้ให้เกียรติคนที่ตายไปแล้วบ้าง แล้วขอตัวไปทำงาน เตชทุบโต๊ะคับแค้นใจ มธุรินเดินออกมามองตามแม่อย่างเสียใจ นึกถึงที่พินสุดาเคยบอกว่าภาษิตกับแม่เป็นแฟนเก่ากัน

ooooooo

   
ในตลาดเก่าจังหวัดฉะเชิงเทรา กานนกับม่าน-มัสลินเดินอยู่ด้วยกัน ม่านมัสลินแปลกใจว่าตนไม่เคยเล่าให้เขาฟังว่าครอบครัวเคยอยู่ที่นี่ตอนเด็ก กานนว่าเธอไม่อยากจำมากกว่าเพราะไม่อยากสุงสิงกับเขา ม่านมัสลินหมั่นไส้ ถามว่าต้องการให้ตนช่วยอะไรและให้บอกรูปร่างหน้าตาของย่าเล็กที่จะให้ตนถามชาวบ้าน

“หลังจากที่ออกจากบ้านคุณปู่ คุณย่าเล็กก็ย้ายมาอยู่ที่นี่ นี่คือข้อมูลเดียวที่ผมรู้”

“หา...คุณรู้มั้ยว่าอันที่จริงเราไม่ต้องมาไกลถึงที่นี่ มีคนนึงที่จะช่วยคุณได้”

กานนถามว่าใคร ม่านมัสลินตอบว่า ยายของตน กานนนึกได้จะรีบพาเธอกลับบ้านสวนแต่ม่านมัสลินบ่นว่าหิว กานนรีบขอโทษที่ไม่ได้ให้เธอทานอะไรเลยตั้งแต่เช้า
“ให้อภัยค่ะ นอกเขตกรุงเทพฯ จะถือว่าเราเป็นมิตรกันหนึ่งวัน อีกอย่างแถวนี้น่ะถิ่นฉันเดี๋ยวฉันพาคุณทานเอง ตรงโน้นมีร้านก๋วยเตี๋ยวโบราณรสเด็ด”ม่านมัสลินดูอารมณ์ดีขึ้น ชี้ชวนแนะนำสถานที่ต่างๆ ราวกับไกด์นำเที่ยว
พอทานเสร็จก็ถามเขาว่าว่ายน้ำเป็นไหม จะชวนนั่งเรือชมสวนอาจจะเจอบ้านย่าเขาก็ได้ ทั้งสองนั่งเรือชมวิวอย่างสนุกสนาน ถึงคราวขึ้นจากเรือ ม่านมัสลินยื่นมือให้กานนจับ แล้วถามว่าเขาไม่เคยนั่งเรือแบบนี้จริงหรือ กานนพยักหน้า ม่านมัสลินจึงบอกให้เขาขอบคุณตน
“ถ้าคุณปล่อยมือผมก่อน”กานนมองมือม่านมัสลินที่ยังกุมมือเขาอยู่
เธอรีบดึงมือออกแล้วค้อนขวับเดินหนี กานนก้าวตามยิ้มๆ ม่านมัสลินบอกว่า ทั้งวันไม่ได้ข้อมูลอะไรเลย กานนว่าไม่เป็นไร เพราะวันนี้เขาได้ทำอะไรสนุกๆหลายอย่าง ม่านมัสลินบอกว่าแล้วจะถามยายให้ กานนให้บอกชื่อย่าเล็กของเขา ยายคงรู้จัก
“ถ้าฉันไม่ลืมซะก่อนนะ ที่จริงคุณน่าจะจดให้ฉันนะคะ”
“จดสิครับยิ่งจะทำให้คุณลืม เพราะไม่ยอมจำ ตอนอยู่ในเรือคุณยังถามหาคุณย่าจ๋อยๆกับคนเรือได้อยู่เลย”
“โอเคค่ะ โอเค จำก็จำ คุณย่าคุณชื่อ...อามู่ ไม่มีชื่อไทยบ้างเหรอคะ”
กานนบอกว่ามี เขาเล่าว่าปู่เคยบอกย่าเล็กเป็นคนไทย แต่ปู่ให้ใช้ชื่อจีนเลยไม่มีใครเรียกชื่อไทย ม่านมัสลินว่ารู้ไว้ทั้งสองชื่อจะดีกว่า กานนเห็นสายตาตั้งใจฟังของม่านมัสลินก็ขำว่าอยากรู้ขนาดนี้เชียว ม่านมัสลินงอนบ่นไม่ใช่เรื่องของตนแท้ๆ
“ก็แค่สงสัย คุณรู้ตัวมั้ยว่าคุณกระตือรือร้นยิ่งกว่าผมซะอีก”
“บอกไปคุณคงไม่เชื่อ ฉันเองก็กำลังสืบหาคุณตาของฉันอยู่”
กานนหัวเราะ“ผมต้องเชื่อมั้ยเนี่ย”
“นั่นยังไงล่ะ คิดอยู่แล้วว่าคุณต้องมองฉันเป็นตัวตลก เสียเวลาคุยด้วยจริงๆเลย”ม่านมัสลินงอนไปขึ้นรถ กานนวิ่งตามถามว่าไม่ได้ล้อเล่นจริงหรือ...
ooooooo
มธุรินมาทำงานที่ร้าน กุเทพเห็นเธอเศร้าๆจึงชวนคุย มธุรินปรับทุกข์ว่า ตนสงสัยมาตลอดว่าทำไมแม่ถึงสนใจม่านมัสลินนัก ที่แท้ก็เป็นลูกแฟนเก่านี่เอง กุเทพกลับสงสัยว่าทำไมม่านมัสลินถึงขับรถไปส่งเธอที่บ้านมากกว่า มธุรินสารภาพว่าตนเมา กุเทพตกใจ
“นี่ถ้าไม่ได้ยินจากปากคุณเดียร์ ผมจะไม่เชื่อเลยนะฮะ แต่เอ๊ะ แล้วมันไปจบตรงที่มัสขับรถไปส่งคุณได้ยังไงล่ะ”
“แย่ตรงที่เดียร์จำอะไรไม่ได้เลยน่ะสิคะ”
กุเทพอ่อนใจ มธุรินกุมมือเขาขอร้องอย่าบอกใคร แม้แต่กานน กุเทพรับปากอย่างสงสาร
หลังจากบัวบงกชอัดรายการเสร็จ ผู้ช่วยก็เข้ามาบอกว่า มีหนังสือมาขอสัมภาษณ์ เธอเหนื่อยใจมากอยากขอเลื่อนไปก่อน แต่ผู้ช่วยบอกว่าเธอได้รับรางวัลแม่แห่งปี พวกเขาจึงต้องรีบสัมภาษณ์ บัวบงกชสีหน้าบอกบุญไม่รับ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าตนไม่ใช่แม่ที่ดี...หลังเสร็จสัมภาษณ์เธอต้องมาร้องไห้อยู่ในรถที่ไม่อาจเปิดเผยได้ว่ามีลูกสาวอีกคนที่ตนไม่ได้เลี้ยงดูเอง
เจ็บใจทั้งเรื่องที่ม่านมัสลินไม่เล่นหนังของตน และบัวบงกชทำท่าว่าจะรักเธอมากกว่าลูกตัวเอง ทำให้เตชมาลงกับจิรดา เขาโวยวายที่เธอไม่บอกว่าเป็นเมียภาษิต จิรดาคิดว่าเขาหึงจึงเย้าว่าหวงตนถึงกับสืบประวัติกันเลยหรือ เตชเอาแก้วน้ำสาดใส่หน้าเธอ
“เธอรู้มั้ยว่ามันคือศัตรูหัวใจฉันมาตลอดชีวิต ฉันกับมันต้องไม่อยู่ร่วมโลกเดียวกัน”
“แล้วคิดว่าภาษิตเขาอยากอยู่ร่วมโลกกับคุณนักเหรอ เขาตายไปชาตินึงแล้ว” จิรดาตวาด
เตชชะงักเล็กน้อย แต่ก็ยังประกาศว่า ห้ามเธอกับลูกสาวมายุ่งกับเขาและครอบครัวอีก เตชตบโต๊ะปังก่อนจะเดินออกไป ปล่อยให้จิรดายืนอายคนในร้าน จนต้องรีบตามออกไป เธอรีบขึ้นรถนั่งข้างเตชที่เบาะหลังแล้วบอกคนขับรถ ออกรถได้ เตชสั่งให้จอดแล้วไล่เธอลงไป จิรดาหยิบมือถือออกมาเปิดให้ดูคลิป เธอกับเขานัวเนียกัน
“จำคลิปพวกนี้ได้มั้ยคะ ตอนที่ถ่ายดาก็คิดว่าจะเก็บไว้ดูคนเดียวแก้คิดถึงคุณ แต่ตอนนี้”
เตชระเบิดเสียงหัวเราะออกมา คิดจะแบล็กเมล์เขาหรือ ไม่มีประโยชน์เพราะบัวบงกชไม่เคยรู้สึกอะไรกับเขาเลย จิรดาจึงบอกว่า แต่มธุรินคงรู้สึก เท่านั้นเตชก็ตาวาวถามต้องการอะไร จิรดาตอบว่า ตัวเขา อะไรที่เป็นของบัวบงกช ตนชอบหมด จิรดาลงจากรถอย่างเป็นต่อ
ooooooo
เช้าวันใหม่ ม่านมัสลินตื่นมา รู้สึกปวดเมื่อยเท้าที่เดินกับกานนเมื่อวาน แล้วยิ้มออกเมื่อเห็นตั๊กแตนสานที่เขาซื้อมาให้พลันนึกได้ว่าวันนี้ต้องไปจ่ายดอกเบี้ยค่าบ้าน ทันใด คิมโทร.เข้ามาว่าอยากเจอเธอ แต่เธอบอกว่าวันนี้ไม่ว่างต้องไปจ่ายดอกเบี้ยบ้านและมีงานถ่ายแถวฝั่งธนฯ
ในมือคิมมีโฉนดที่ดินอยู่ เขารีบห้ามไม่ให้ม่านมัสลินไปจ่าย ให้รอเขาอยู่ที่บ้าน เขาจะไปรับ...ไม่ทันไร จิรดาโผล่พรวดเข้ามาท่าทางตื่นเต้น
“ต้องอย่างนี้สิยัยมัส ไหนโฉนดอยู่ไหน เอามาสิ” จิรดาแบมือขอ
ม่านมัสลินงงว่าโฉนดอะไร จิรดาโวยวาย “นี่แกคิดจะฮุบไว้เป็นสมบัติแกล่ะสิ เอาโฉนดบ้านมาให้ฉัน”
ม่านมัสลินรีบบอกคิมว่าแค่นี้ก่อนนะ แล้วหันมาบอกแม่ว่า “โฉนดบ้านจะอยู่กับมัสได้ยังไงคะ แม่พูดอะไร มัสงงไปหมดแล้ว”
จิรดาโวยว่าไม่ให้ก็ไม่เป็นไร ต่อให้ไปถ่ายโฉนดมาแล้ว บ้านก็ไม่เป็นของเธออยู่ดีเพราะวันนี้ตนเอาเงินเขามาอีก เธอต้องเอาโฉนดไปให้พวกมัน ม่านมัสลินมองแม่อย่างผิดหวัง
ม่านมัสลินไปที่บ่อน เพื่อบอกว่าโฉนดบ้านไม่มี นักเลงคุมบ่อนจะเล่นงานเธอ คิมตามมาช่วย คุยกับพวกที่บ่อนสักพัก แล้วออกมาโอบไหล่ม่านมัสลินพากลับ เธอปล่อยโฮออกมาอย่างอัดอั้น คิมโมโหตัวเองที่ไม่ได้บอกเธอว่าเขาไถ่ถอนโฉนดออกมา จึงพาเธอมาที่คอนโดฯของเขา
“มัสครับ ถ้าผมจะบอกเรื่องสำคัญกับคุณ คุณต้องตั้งสตินะ” คิมหยิบโฉนดยื่นให้
“นี่มันอะไรกัน ทำไมคุณเล่นกับความรู้สึกมัสแบบนี้” ม่านมัสลินร้องไห้โฮ
“อย่าโกรธผมเลย” คิมใจเสียโอบไหล่เธอปลอบ
“คุณรู้มั้ยว่าฉันต้องเจออะไรบ้าง”
“ผมขอโทษ ที่ผมทำไปเพราะอยากช่วยคุณจริงๆนะ”
“คุณมันบ้า บ้าที่สุดเลย...ขอบคุณนะคะ” ม่านมัสลินปาดน้ำตา
คิมถอนใจโล่งอก ม่านมัสลินจะเอาโฉนดกลับไปให้ที่บ่อน แต่คิมห้ามไว้และบอกว่าเรื่องที่บ่อนเขาจัดการเรียบร้อยแล้ว ให้เธอเก็บโฉนดไว้ให้ดี เพราะมันเป็นบ้านของเธอ
“มัสจะตอบแทนคุณยังไงดี”
“ไม่ต้องตอบแทนอะไรผมทั้งนั้น ผมช่วยคุณมาขนาดนี้แล้ว ผมจะไม่มีวันปล่อยให้บ้านคุณตกเป็นของคนอื่นหรอก...อ้าวร้องไห้อีกแล้ว”
ม่านมัสลินร้องไห้โฮออกมาด้วยความซึ้งในน้ำใจ คิมได้แต่ส่งทิชชูให้เธอซับน้ำตา
ooooooo
   
ระหว่างที่บัวบงกชอัดรายการ สัมภาษณ์คุณหญิงอยู่เรื่องการเป็นแม่ที่ดี พลันมองไปในหมู่คนดูในห้องส่ง เห็นจิรดานั่งยิ้มเหยียดๆอยู่ ถึงกับผงะ พอตั้งสติได้ก็ดำเนินงานจนจบ มองมาอีกที จิรดาหายไปแล้ว บัวบงกชจิตใจว้าวุ่น บอกลูกน้องขอกลับก่อน จะไปพักผ่อน
ขณะที่เดินมาที่รถ ลูกน้องถือของตามหลัง จิรดาเข้ามาเดินขนาบ แล้วบอกว่าอย่าหยุดเดินถ้าไม่อยากให้ลูกน้องได้ยินเรื่องที่ตนจะพูด บัวบงกชถามว่ามาที่นี่ต้องการอะไร
“ก็ไม่มีอะไร แค่มาดูว่าเธอนี่มันดูดีจริงๆนะมีหน้ามีตาในสังคม เป็นแม่ตัวอย่าง สักกี่คนนะที่จะรู้ว่าเบื้องหลังเธอมันฟอนเฟะแค่ไหน”
“พูดอย่างนี้ต้องการอะไร” บัวบงกชหยุดเดินหันมาถาม
จิรดายิ้มในหน้า ตอบว่าทุกอย่างที่เป็นของเธอ มันคงไม่มากไป ถ้าจะแลกกับชื่อเสียง...
ภายในห้องนั่งเล่นบ้านบัวบงกช มธุรินกลับมาด้วยท่าทีเหนื่อยๆ ทักทายแม่ที่นั่งหันหลังอยู่ แต่ต้องตกใจเมื่อกลายเป็นจิรดา มธุรินตกตะลึงไล่ให้เธอออกไป จิรดาทำเสียงจุ๊ๆ ทำอย่างนั้นไม่น่ารักเลย มธุรินส่งเสียงเรียกสาวใช้มาเอาตัวจิรดาออกไป บัวบงกชเข้ามาปราม
“คุณจิรดาเขามากับแม่น่ะจ้ะ” บัวบงกชโอบไหล่ลูกสาว
“หวังว่าต่อจากนี้ หนูเดียร์คงไม่เสียมารยาทไล่ฉันอีกนะจ๊ะ” จิรดายิ้มยั่ว
เตชกลับมากำลังยิ้มให้ลูกสาว พอเห็นจิรดาก็หุบยิ้ม ตั้งสติแล้วบอกให้เธอไปคุยกันที่ห้องรับแขก จิรดารีบบอกว่า วันนี้ไม่ได้มาหาเขา แต่มาทานข้าวกับบัวบงกช มธุรินไม่พอใจ
“นี่คุณพ่อ คุณแม่เป็นอะไรกันไปหมดคะ” ทุกคนเงียบ มีเพียงจิรดาที่ยิ้มระรื่นสะใจ...
เตชโกรธจัด ให้คนเอารถจิรดาไปจอดหน้าบ้านเธอ แล้วบีบแตรเรียกคนในบ้าน พอแป้นออกมาพบแต่รถไม่มีจิรดา...เตชพาจิรดามาที่โรงแรม ให้ลูกน้องซ้อมฐานมาวุ่นกับครอบครัวเขา และขู่ว่าจะโดนมากกว่านี้ถ้าไม่หยุด จิรดายังปากเก่งท้าขู่ผิดคนแล้ว คนอย่างตนไม่มีอะไรจะเสีย
“แน่ใจนะว่าไม่มีอะไรจะเสีย หึ...แล้วนังมัสลินล่ะ”
“อยากทำอะไรมันก็เอาสิ นังมัสลินมันไม่ใช่ลูกฉัน แล้วอยากรู้มั้ยว่ามันเป็นลูกใคร ฮ่ะๆ อยากรู้ก็ถามนังบัวบงกชเมียคุณดูสิ ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่ากับคุณ มันจะกล้าตอแหลเหมือนที่มันหลอกคนทั้งประเทศมั้ย สร้างภาพซะดูดี ที่แท้ก็ไข่ทิ้งเรี่ยราดให้ผัวฉันเลี้ยง”
“จิรดา...” เตชโกรธจัด
“อย่างคุณนี่ไม่น่าโง่ให้นังเมียหลอกย้อมแมวได้เลยนะ... ฉันน่ะแค่เจ็บหน้า แต่นังบัวบงกชมันจะต้องขายหน้าคนทั้งประเทศ ฮ่ะๆๆฉันจะแฉมันให้หมดว่ามันเคยแอบมีลูก แล้วก็ไม่ยอมรับลูกของตัวเอง”
“ไม่จริง ไม่จริง บัวบงกชไม่เคยท้องกับใคร เขามีฉันคนเดียว”
“คิดไปเองรึเปล่าคุณเตช...เอาสิ ถ้าคุณอยากเห็นบัวบงกชมันพังพินาศก็เอาเลย เอาสิ” จิรดาลอยหน้าท้าทาย เตชมือไม้สั่นผลักจิรดาล้มลงอย่างเจ็บใจ
จากนั้น เตชกลับมาบ้าน เก็บเสื้อผ้าจะออกไปอยู่คอนโดฯ บัวบงกชแปลกใจจึงถาม ตอนแรกเตชตอบเลี่ยงๆว่างานเยอะจะนอนคอนโดฯ แต่พอบัวบงกชบอกว่า อาทิตย์หน้าเป็นวันหยุดยาว เตชเก็บความขมขื่นไว้ไม่ไหวอีก จึงบอกเธอตรงๆว่า
“ต่อไปนี้ ผมจะไปอยู่คอนโดฯ ผมจะคืนอิสระให้คุณ...”
“หมายความว่ายังไง”
“เราเลิกกัน...คุณน่าจะดีใจนะ ตลอดเวลาผมไม่เคยได้ใจคุณอยู่แล้ว”
“มีเหตุผลอื่นอีกมั้ยคะ หรือว่าเป็นเพราะจิรดา”
เตชโกหกว่าใช่ เขาจะไปเริ่มต้นกับจิรดา บัวบงกชปากคอสั่น หันหน้าหนี น้ำตาพร่างพรูลงมา เตชเองก็น้ำตาไหล ต่างฝ่ายต่างไม่รู้ว่าอาลัยอาวรณ์กัน...
มธุรินกลัดกลุ้มออกมานั่งดื่มคนเดียวเผอิญมีชายญี่ปุ่นสองคนเข้ามาเกาะแกะ กุเทพมาถึงทำทีว่าเป็นแฟนมาด้วยกัน สองหนุ่มจึงชิ่งหนี มธุรินทำท่าจะร้องไห้ขอโทษที่รบกวน
“ผมยังไม่ได้ว่าอะไรเลย ดีแล้วล่ะที่ไม่รู้ว่าจะโทร.หาใคร แล้วคุณยังเลือกที่จะโทร.หาผมน่ะ แต่เอ๊ะเดี๋ยวนะแล้วอาปลิวล่ะ นี่อย่าบอกนะว่าคุณยังงอนอาผมอยู่เลยไม่รับโทรศัพท์เขาน่ะ”
มธุรินยิ้มชืดๆว่ากานนไม่ได้โทร.มาเลย กุเทพพยายามหาเรื่องคุยให้เธอสบายใจ แต่เธอกลับร้องไห้อัดอั้นเรื่องที่บ้าน กุเทพไม่รู้จะปลอบอย่างไร จึงโทร.เรียกกานน...
ทางบ้านจิรดากำลังวุ่นวายเพราะหาตัวจิรดาไม่เจอ ม่านมัสลินไม่กล้าโทร.บอกม่านมุกเกรงจะตกใจ จึงคิดจะไปแจ้งความ พลัน จิรดานั่งแท็กซี่กลับมา ใบหน้าบอบช้ำ ม่านมัสลินตกใจประคองแม่ลงนอน แล้วเอาผ้าชุบน้ำมาประคบ พยายามถามว่าใครทำ ไม่ทันไร เตชโทร.เข้ามา บอกว่า ถ้าไม่อยากให้แม่อยู่ในสภาพนี้อีก ให้เลิกยุ่งกับบัวบงกช ม่านมัสลินเจ็บใจ
กานนตามมาที่ร้านเหล้า กุเทพให้เข้าไปปรับความเข้าใจกับมธุริน แต่กานนคิดว่าถึงเวลาแล้วที่ตนต้องพูดความจริงไม่ให้มธุรินเข้าใจผิดแบบนี้ กานนขอโทษเธอ มธุรินเสียใจร้องไห้กลับไป กุเทพงงถามกานนเกิดอะไรขึ้น กานนโทษกุเทพ หาเรื่องให้เขาแท้ๆ...
วันต่อมา กุเทพตั้งใจจะไปคุยกับม่านมัสลิน เผอิญเธอมีงานแฟชั่นโชว์ที่หัวหินจึงแวะมาถามกุเทพที่ร้านเอง กุเทพจะพูดเรื่องกานนกับมธุริน ม่านมัสลินอัดอั้นจนร้องไห้ออกมา ทันใดมธุรินเข้ามาในร้าน ตกใจ ม่านมัสลินขอตัวกลับ มธุรินเอ่ยขอบคุณที่ช่วยเหลือวันก่อนคงไม่เอามาเป็นบุญคุณ ม่าน–มัสลินไม่พอใจ โต้ว่าตนไม่ต้องการขอบุญคุณจากลูกคนใจร้าย มธุรินตาวาว
“คำว่าใจร้ายสำหรับพวกเธอ มันยังน้อยไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่ฉัน” ม่านมัสลินเสียงดัง
“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าเธอพูดอะไรแต่เดาว่ามันคงพอดีกับเรื่องชั่วๆที่แม่เธอทำกับครอบครัวฉันนั่นแหละ” สิ้นเสียง มธุริน ม่านมัสลินตบฉาดเข้าให้
กุเทพตกตะลึง ตวาดม่านมัสลินที่มาทำร้ายมธุริน เขาโอบกอดมธุรินไว้ ไล่ม่านมัสลินกลับไปอย่างลืมตัว...
ooooooo

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย บทประพันธ์ วราภา จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย ฉายฉันท์
  • 9 กันยายน 2554, 08:20 น.

No comments:

Post a Comment

My Blog List