Monday, September 12, 2011

อ่านบทละคร ในรอยรัก ตอนที่ 2

คิมดั้นด้นมาหาม่านมัสลินถึงบ้าน เอาดอกไม้มาขอโทษแล้วอธิบายเรื่องเมื่อวาน ที่เขาให้เธอถอดเสื้อหมายถึงเสื้อแจ๊กเกต ม่านมัสลินนึกได้ว่าตนสวมเสื้อแจ๊กเกตอยู่จริงจึงเป็นฝ่ายขอโทษขอโพยคิมที่ตบหน้าเขา ทันใดเสียงจิรดาแหวเข้ามา จิกเรียกพัดกับแป้นสาวใช้ จิรดาเดินมาในสภาพเสื้อผ้าสวยงามแต่เมามายอย่างหนัก คิมถามว่าใคร

“ก็แม่นังมัสไง” จิรดาตอบเสียงอ้อแอ้ คิมจึงยกมือไหว้ จิรดาถามทันที “แฟนแกเหรอนังมัส อะ...อ๋อ คุณเองสินะที่ให้เงินนังมัสมาใช้หนี้”

ม่านมัสลินเม้มปากอย่างขมขื่น คิมพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้ รู้สึกเห็นใจม่านมัสลิน...หลังจากคิมกลับไป ม่านมัสลินก็ออกจากบ้านไปหาม่านมุกที่บ้านสวน ปรับทุกข์ที่จิรดาพูดอะไรไม่ไว้หน้าตนบ้างเลย แต่ก็นับว่าดีเพราะทำให้คิมสงสารและให้งานตนทำหลายชิ้น

“ก็คงจะเวทนา ยายละเห็นใจเราจริงๆเลยยัยมัส หนูต้องอดทนนะลูกนะ ยายเข้าใจ เป็นใครก็ต้องอาย”

“มัสไม่มีอะไรต้องอายแล้วละค่ะ ความจริงก็คือความจริง ไม่ว่าแม่จะเป็นยังไง แม่ก็เป็นแม่มัสอยู่วันยังค่ำ แล้วมัสก็รักแม่ค่ะ...ได้โฉนดบ้านพ่อคืนเมื่อไหร่ มัสก็หายเหนื่อยเอง ยายไม่ต้องห่วงมัสหรอก”

ม่านมุกสะท้อนใจสงสารม่านมัสลิน พลันกริ่งหน้าบ้านดังขึ้น ม่านมุกมองไปแล้วตกใจที่เห็นย้งมาเกาะรั้วบ้าน...ย้งท่าทางอิดโรยเพราะป่วยหนัก เขาพาตัวมาหาม่านมุกด้วยรู้ตัวว่าใกล้ตาย ม่านมุกช่วยเหลือเขาไว้มาก เขาอยากพบเจ้าสัวทศ อธิบายความจริงในอดีต

“ฉันไม่ได้เป็นอะไร ฉันสบายใจสบายกายดี ตาย้งก็เห็น อย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลย”

“แต่คุณหนูจิรดามีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าเจ้าสัวคือพ่อของเธอนะครับ”

ม่านมัสลินตกใจกับสิ่งที่ได้ยิน ม่านมุกน้ำตานองหน้า...พอย้งกลับไป ม่านมุกตัดสินใจเล่าความจริงให้ม่านมัสลินฟัง...ในอดีต ตนเป็นเมียที่สองของเจ้าสัวทศ ย้งเป็นเพื่อนเก่าที่เดือดร้อนเพราะป่วยไม่มีเงินรักษาตัว ตนจึงแอบให้เงินช่วยเหลือ คุณนายใหญ่รู้เข้าใส่ความว่าตนมีชู้และไล่ออกจากบ้าน ตนกำลังท้องไม่ทันได้บอกเจ้าสัว เกรงจะถูกหาว่าเป็นลูกชู้จึงอุ้มท้องลำพัง

ม่านมัสลินถามทำไมไม่บอกจิรดาว่าพ่อเป็นใคร ม่านมุกว่าไม่อยากดึงลูกมาเจ็บปวดถ้าทางนั้นเขาไม่ยอมรับ ม่านมัสลินเข้าใจแล้วว่าทำไมแม่ถึงชอบเกรี้ยวกราดใส่ยาย เพราะยายไม่ยอมบอกเรื่องพ่อ เธอสงสารทั้งแม่และยาย ปลอบใจว่ายายเคยสอนเอง เรื่องทุกเรื่องล้วนมีเหตุผลในตัวมัน วันหนึ่งแม่ก็จะเข้าใจเหตุผลของยาย ม่านมุกยิ้ม ถ้าจิรดารับฟังบ้างก็คงดี

ม่านมัสลินพูดขันๆว่าหิมะคงตก แล้วนึกได้ว่าม่านมุกลืมหรือเปล่าว่าต้องไปหาหมอ

ooooooo
   

ศักดาพ่อของศิธา อดีตเจ้าของค่ายหนังที่ผันตัวมาทำธุรกิจมืดหลายประเภท รวมทั้งผลิตหนังลามก ได้แวะมาหาเตชที่บริษัท เอารูปม่านมัสลินมาให้ดูว่าจะเป็นนางเอกใหม่ หนังที่ร่วมหุ้นสามชาติ ทางเกาหลีกับฮ่องกงโอเคแล้ว เตชงงที่ตนไม่รู้เรื่อง ศักดาบอกว่าแม็กกี้หุ้นส่วนใหญ่ฮ่องกงเป็นคนตัดสินใจ ให้คิมลูกชายส่งรูปมาให้ เตชไม่ค่อยพอใจหาว่ามัดมือชก

แต่ศักดาเห็นว่าคนนี้ก็สวยจึงว่า “เลิกทำตัวเป็นวัยรุ่นเอาแต่ใจเถอะครับคุณเตช ที่เขาสนใจค่ายหนังแก่ๆอย่างเราก็ดีเท่าไหร่แล้ว ทำเรื่องมากเดี๋ยวค่ายเด็กๆมันก็เสียบซะฉิบ”

บัวบงกชเดินมาเห็นศักดาก็รีบหลบไม่อยากเสวนาด้วย แต่พอได้ยินชื่อม่านมัสลินก็ต้องชะงัก พอเตชกำลังถามถึงนามสกุล บัวบงกชเกรงเตชจะรู้ว่าใช้นามสกุลภาษิต จึงปรี่เข้าไปขัดจังหวะ ทักทายว่าคุยอะไรกันอยู่ ศักดางงเพราะรู้ว่าเธอไม่ชอบขี้หน้าเขา แต่เตชกลับดีใจที่เธอยอมพูดกับเขาแล้ว ชวนให้เธอมาดูรูปนางเอกใหม่ บัวบงกชดึงรูปมาดูเห็นชัดว่าเป็นม่านมัสลิน จึงถามว่าหนังของศักดาหรือ ศักดาตอบ จะว่าใช่ก็ใช่

“ไม่นะ เด็กคนนี้จะเล่นหนังประเภทนั้นของคุณไม่ได้” บัวบงกชหน้าซีดเผือด

“หนังประเภทไหนอะไรกันคุณ นี่มันหนังร่วมทุนสามประเทศ”

“แต่ยังไงก็มีเสี่ยศักดาเกี่ยวข้องอยู่ดี”

ศักดาหน้าตึง “บัวบงกช ถึงคุณจะไม่ชอบหน้าผมยังไง แต่เรื่องนี้ผมว่ามันไม่เกี่ยวกับคุณ”

เตชรีบแก้ตัวแทนว่าบัวบงกชหวังดี แล้วหันไปบอกให้เธอไปอัดรายการกลับบ้านค่อยคุยกัน...วันนั้น บัวบงกชไม่มีสมาธิในการทำงานเอาเสียเลย...

กานนเห็นม่านมัสลินบนหนังสือนิตยสาร สงสัยว่าใช่คนเดียวกับที่ตนเจอบนเครื่องบินหรือเปล่า จึงให้เลขาไปสอบถามชื่อคนที่นั่งมากับเขาวันนั้น อ้างว่าเธอลืมของไว้...

กุเทพแวะมาชวนไปซื้อของขวัญให้อุษยาที่งานแสดงนาฬิกาศุกร์นี้ กานนแซวว่าทำไมต้องซื้อของแพงๆให้ กุเทพอ้างว่า อุษยาจะได้เลิกสนใจเรื่องของเขาและที่สำคัญงานนี้ม่านมัสลินเดินแบบด้วย...

วันนี้กานนต้องพาเจ้าสัวทศไปโรงพยาบาล ระหว่างนั่งรถออกจากบ้าน เจ้าสัวถามกานนว่าลืมเรื่องที่ตนขอให้ตามหาม่านมุกหรือเปล่า กานนตอบว่าไม่ลืม แต่การตามหาคนนี่มันยาก ขณะเดียวกัน ย้งมาดักรอหน้าบ้าน พอเห็นรถเจ้าสัวแล่นออกไปก็วิ่งตาม กว่าคนขับรถจะเห็นทางกระจกมองหลัง ย้งก็ล้มหมดสติไปแล้ว คนขับรถบอกเจ้าสัวว่ามีคนเป็นลม คนมุงกันเต็ม เจ้าสัวจึงบอกไม่ต้องไปยุ่ง เขาคงช่วยกันเอง

กานนเดินตามเจ้าสัวที่ไม่ยอมนั่งรถเข็นไปขึ้นลิฟต์ ม่านมัสลินประคองม่านมุกออกมาจากลิฟต์อีกตัว จึงไม่เห็นกัน แต่ก่อนลิฟต์จะปิด กานนเห็นม่านมัสลินเข้าพอดี พอส่งเจ้าสัวเข้าห้องตรวจ กานนก็รีบวิ่งลงมาที่หน้าโรงพยาบาล

ทันเห็นม่านมุกเรียกรถแท็กซี่ แต่รถคันนั้นไปไม่ได้จึงต้องรอคันใหม่ กานนสบโอกาสเข้าไปทักแล้วอาสาไปส่ง ประจวบกับมีคนโทร.มาบอกว่าย้งเข้าโรงพยาบาล ม่านมุกเป็นห่วงจะไปเยี่ยม จึงยอมให้กานนไปส่ง แต่ม่านมัสลินไม่ไว้ใจกานน บังเอิญมีแท็กซี่มาอีกคัน เธอจึงโบกแล้วบอกยายว่าไปกันเองดีกว่า กานนเจ็บใจลืมถามชื่อ

บัวบงกชทำงานเสร็จรีบกลับมาที่บริษัทหวังจะคุยกับเตช จึงชวนไปทานข้าวเย็น เตชดีใจชวนมธุรินไปด้วย บัวบงกชห้ามไม่ทัน จึงหมดโอกาสคุยตอนนั้น แต่พอกลับมาบ้าน  เตชกำลังมีความสุขที่พ่อแม่ลูกได้กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา บัวบงกชก็บอกว่ามีเรื่องอยากให้ช่วย

“ว่ามาเลย ผมทำให้คุณได้ทุกเรื่อง”

“อย่าให้มัสลินเป็นนางเอกหนังของพวกคุณ”

“อย่าบอกนะว่าที่หน้าคุณเครียดๆน่ะเป็นเพราะเรื่องนังเด็กคนนี้” เตชหงุดหงิดทันที

บัวบงกชเตือนว่าไม่ควรจิกเรียกแบบนั้น เตชยิ่งโมโหที่ดูเธอจะปกป้องเด็กนั่น

“ฉันไม่ไว้ใจเสี่ยศักดา เบื้องหลังของหุ้นส่วนคุณคนนี้มีแต่เรื่องชั่ว รึคุณจะเถียง” เตชเหน้าเจื่อน “คนที่ทำได้ขนาดมอมยาผู้หญิงให้เพื่อนข่มขืน เรื่องเลวๆอื่นๆมันก็ต้องทำได้”

เตชตาลุกโพลงมองไปข้างบนรีบปราม “ลูกอาจจะได้ยินนะบัว”

“ฉันเองก็ไม่เคยคิดอยากจะพูดเรื่องเลวร้ายที่คุณกับนายศักดาทำกับฉัน แต่ฉันจำเป็นเพราะฉันห่วงเด็กคนนี้ และก็เป็นหน้าที่ของคุณที่ต้องห่วงเขาเช่นกัน” บัวบงกชหลุดปาก

เตชงงว่าบัวบงกชพูดอะไร เธอรู้ตัวว่าพลั้งปากจึงกลบเกลื่อนให้เขาทำตามที่ตนบอกแล้วเดินหนีไป เตชมองตามอย่างโกรธแค้น เพราะเข้าใจว่าม่านมัสลินเป็นลูกเธอที่เกิดกับภาษิต

มธุรินกำลังมีความสุขที่พ่อแม่ไปทานข้าวด้วยกัน พอได้รับข้อความที่พินสุดาส่งมาให้เป็นข่าวแม่ของตน จึงไม่สนใจอีก แล้วลบทิ้งและส่งข้อความกลับไปบอกพินสุดาว่า ครอบครัวตนมีความสุขแล้ว ขอบคุณที่ช่วย...พินสุดาอ่านข้อความหมั่นไส้ หาว่ามธุรินโง่ พินสุดาจอดรถรออยู่หน้าร้านเกวลิน รอเด็กในร้านกลับหมดเพื่อเข้าไปพบเกวลิน พอเกวลินเห็นหน้าก็ถอนใจ

“น่าปลื้มใจจริงๆ ไม่เจอกันตั้งนาน จำกิ๊บได้ด้วย แต่ทำไมไม่ยักกะดีใจเลยล่ะ”

เกวลินบอกปัดถ้าจะมาดูเสื้อผ้าให้มาพรุ่งนี้ ตนมีธุระต้องไปทำ พินสุดาชักสีหน้า

“อย่ามาตีหน้าเซ่อทำไม่รู้เรื่องเลย พี่เก๋รู้ใช่มั้ยว่ากิ๊บมาเรื่องนังมัสลิน”

“กิ๊บ กุ มัสจะมีปัญหากันก็มีไป เกี่ยวอะไรกับพี่”

“เกี่ยวสิ เพราะพี่เก๋ทำตัวเป็นเจ๊ดัน ที่อีมัสมันดังเปรี้ยงขึ้นปกหนังสือทุกเล่ม อย่าบอกนะว่าพี่เก๋ไม่เกี่ยว”

เกวลินเอือมขอตัวกลับ พินสุดากระชากแขนแล้วขู่ให้อยู่ห่างๆ ห้ามให้งานอีกตนต้องการให้ม่านมัสลินมีชีวิตที่ตกต่ำโทษฐานยุ่งกับกุเทพ เกวลินย้อนถามทำไมตนต้องทำ พินสุดาเยาะ

“ก็ไม่ทำไมหรอก ฉันก็แค่จะบอกแฟนตัวจริงของศิธาให้มาแหกอกเหี่ยวๆของเธอน่ะสิ”

เกวลินงงพูดอะไร พินสุดาหัวเราะเยาะความโง่ “โอเคๆ ฉันจะปิดปากสงเคราะห์เธอแล้วกัน ก็แค่เลิกให้งานอีมัสลิน เธอก็จะไม่เดือดร้อน...เข้าใจมั้ย” พินสุดาตะโกนใส่หน้า

ooooooo

ไม่เพียงแค่นั้น พินสุดายังมาขู่ศิธาให้ร่วมมือกับตนทำลายม่านมัสลิน ไม่อย่างนั้นจะบอกให้พีระพลรู้เรื่องเขากับเกวลิน ศิธาถามทำแบบนั้นทำไม ยิ่งทำกุเทพก็ยิ่งหนีห่าง พินสุดาเข่นเขี้ยวว่า เมื่อตนไม่ได้ คนอื่นก็ต้องไม่ได้ ศิธาพูดตามความรู้สึกแต่แทงใจพินสุดาว่าเธอรักกุเทพ

“ไม่มีทาง ผู้ชายเลวๆ ฉันไม่ได้รักมัน บอกแล้วไงว่าฉันทำเพราะความสะใจ”

ศิธาหัวเราะไม่เชื่อ พินสุดาโวยแค่อยากแก้แค้น ขืนหัวเราะอีก ตนจะแฉเรื่องเขาให้น้องรู้

พีระพลถือถุงขนมเข้ามามากมาย ถามจะแฉอะไรกัน ศิธาหน้าซีด รีบเข้าประจบเอาใจพีระพล พินสุดายิ้มเยาะก่อนจะเดินไป...

เตชกลัดกลุ้มมานั่งดื่มปรับทุกข์กับศักดาที่คลับแห่งหนึ่ง ศักดาไม่เข้าใจ ผ่านมายี่สิบปีแล้ว บัวบงกชยังไม่รักเตชอีกหรือ เตชบ่นถ้าย้อนเวลาได้ เขาจะไม่ทำอย่างนั้น เตชหลับตาไม่อยากนึกถึงอดีตที่ตนเคยข่มขืนบัวบงกช โดยมีศักดาเป็นคนวางยาเธอ...จิรดาเดินผ่านมา ศักดาตีก้นเธออย่างหยอกล้อ จิรดาหันมาจะเล่นงาน พอเห็นเป็นศักดาก็ต่อว่าเล่นบ้าๆ แต่พอเห็นเตชก็ตาวาวเข้าตีสนิทถามถึงบัวบงกช เตชถามว่าเป็นเพื่อนกันหรือ

“สนิทกันดีเชียวล่ะค่ะ ดานี่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนที่รู้ใจบัวเขามากที่สุดเลยนะคะ”

“ผิดกับผม เป็นผัวเขาแท้ๆกลับไม่เคยรู้เรื่องอะไรของเขาเลย” เตชพูดอย่างขมขื่น

จิรดายิ้มมุมปากที่เตชตกหลุมตนเข้าอย่างจัง  ชวนชนแก้วดื่มจนเตชเมาหลวมตัวไปนอนค้างกับเธอ จิรดาเพียงแค่อยากให้บัวบงกชรู้สึกถึงการถูกแย่งสามีบ้าง...

เช้าวันรุ่งขึ้น ม่านมัสลินแปลกใจที่แม่ไม่กลับบ้านแต่เพราะต้องรีบไปทำงาน จึงฝากแป้นรอดูแลแม่ด้วย...ม่าน–มัสลินมาลองเสื้อที่ต้องใส่เดินแบบงานนาฬิกา เธอสงสัยที่ไม่มีคนอื่นเลย

“นัดฟิตติ้งวันเดียวกันไม่ได้หรอกค่ะ นางแบบแม่เหล็กทั้งนั้น เดี๋ยวชุดใครเริ่ดกว่าใครได้เป็นเรื่อง...งานครั้งนี้คุณมัสน่ะได้ขึ้นทำเนียบฟรีๆเลยนะคะเนี่ย” โอ๋ลูกน้องเกวลินจาระไน

เกวลินมายืนมองม่านมัสลินสีหน้าเครียด ม่านมัสลินหันมาเห็นก็สวัสดี แล้วถามไม่สบายหรือเปล่า เกวลินรีบกลบเกลื่อนว่า “อ้อ เปล่าจ้ะ มัสลองเสื้อกับโอ๋ไปก่อนนะ พี่มีธุระ”

ม่านมัสลินแปลกใจที่เกวลินเดินไปเลย ไม่ทันคุยอะไรกับตนบ้าง

ooooooo

ทุกครั้งที่กานนพาเจ้าสัวทศมาโรงพยาบาล เขาจะชะเง้อหาม่านมัสลิน แต่ไม่เห็นเธอมาเลย จนกระทั่ง ม่านมุกมาเยี่ยมย้งในห้องพักคนไข้ ย้งขอโทษม่านมุกที่เขาพยายามจะบอกความจริงเจ้าสัวก่อนที่ตนจะตาย ม่านมุกขอให้ลืมอดีตไปเสีย แล้วรักษาตัวให้หาย ไม่ต้องห่วงค่าใช้จ่าย ตนจัดการให้ ย้งยิ่งซาบซึ้งน้ำใจของม่านมุก

ม่านมุกเข้าไปร้องไห้ในห้องน้ำ พอเดินออกมาก็รู้สึกหน้ามืดจะล้ม กานนเข้ามาประคองแล้วหาน้ำมาให้ดื่ม กานนคุยว่าปู่ของเขามาตรวจที่นี่ประจำ ม่านมุกเข้าใจว่าปู่กานนเป็นหมอ จึงถามว่าชื่ออะไร เผื่อเป็นหมอที่รักษาตน กานนยิ้มแล้วบอกว่า ปู่ของเขาก็เป็นคนไข้เหมือนกัน

“เป็นอย่างนั้นไป คุยกับคนแก่ก็อย่างนี้แหละนะคะ สมองไม่ดีคิดไปคนละเรื่องเลย”

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกฮะ ผมต่างหากที่ใช้คำพูดผิดไป แล้วทำไมวันนี้มาคนเดียวล่ะครับ”

“ปกติก็จะมีคนมาด้วย แต่แม่ปิ่นขอไปธุระน่ะค่ะ”

กานนยิ้มเมื่อรู้ว่าชื่อปิ่น...ม่านมัสลินเดินตามมาถามทำไมมาอยู่ตรงนี้ ม่านมุกย้อนถามแล้วทำไมไม่ไปทำงาน ม่านมัสลินอยากทำเรื่องยายให้เสร็จก่อน แล้วบอกว่าคุณหมอรอตรวจอยู่ พอเห็นยายเข้าห้องตรวจ ม่านมัสลินก็หันมาขอบคุณกานนและขอโทษที่เข้าใจผิด

“...คุณช่วยยายฉันไว้แท้ๆแต่ฉันกลับคิดว่าคุณชวนยายฉันคุยโอ้เอ้จนลืมนัดหมด”

ม่านมัสลินดูนาฬิกาแล้วรีบขอตัว กานนถามแล้วยายล่ะ เธอบอกว่าจะกลับมารับอีกที ม่านมัสลินเดินไปเหมือนนึกได้หันกลับมาถามกานนว่า ทานข้าวหรือยัง กานนดีใจตั้งตัวไม่ติด

ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีเต็นท์ขนาดกลาง ภายในตั้งโต๊ะตักอาหารที่มีอาสาสมัครคอยตักให้กับผู้ยากไร้ซึ่งต่อคิวยาวเป็นแถว บรรยากาศดูอบอุ่นเป็นกันเอง ม่านมัสลินผูกผ้ากันเปื้อน ผ้าโพกผมอย่างทะมัดทะแมง แล้วบอกกานนว่า ขอเวลาทำงานสักครู่ค่อยทานข้าวกัน รอไหวไหม กานนพยักหน้ามองไปรอบๆ ไม่นานเขาก็หยิบผ้ากันเปื้อนมาผูกและโพกผม ลงมือช่วยเธอตักอาหารแจกผู้คนบ้าง ม่านมัสลินหันมามองขำๆ
เสร็จจากการทำงาน ม่านมัสลินกับกานนก็นั่งทานข้าวด้วยกันริมน้ำ เบื้องหลังเป็นโรงทานที่ผู้คนเริ่มซา อาสาสมัครจับกลุ่มนั่งทานข้าวกัน ม่านมัสลินรู้ว่ากานนคงสงสัยจึงเปรยๆ

“พ่อกับเพื่อนๆ ก่อตั้งโรงทานนี้มาตั้งแต่ฉันยังเด็กๆ ตอนที่ยังเรียนอยู่เมืองไทย ฉันมาช่วยพ่อประจำ แล้วก็อาศัยข้าวที่นี่แหละกิน”

“แล้ววันนี้คุณพ่อคุณมาด้วยรึเปล่า” กานนกวาดตามองไปรอบๆ

ม่านมัสลินยิ้มมองไปที่โรงทานแล้วบอกว่า พ่ออยู่ใกล้ๆตนเสมอ พ่อตนเสียไปแล้ว กานนเจื่อนลงขอโทษ ม่าน–มัสลินชวนให้ทานข้าวต่อ กานนจึงบอกว่า

“คุณปิ่นก็ทานเยอะๆนะครับ”

ม่านมัสลินชะงักถามว่าเรียกตนว่าอะไรนะ กานนตอบว่าปิ่น เธอขำแล้วถามว่าเอาชื่อนี้มาจากยายใช่ไหมกานน พยักหน้างงๆ

“โอเค ปิ่นก็ปิ่น แล้วคุณล่ะชื่ออะไร”

“เรียกผมว่าปลิวก็แล้วกัน”

ม่านมัสลินชมว่าชื่อไทยๆดี กานนบอกว่า “ชื่อคุณก็ไทย แถม ป.ปลาเหมือนกันอีกด้วย”

ม่านมัสลินกลั้นหัวเราะ กานนแปลกใจ เธอส่ายหน้าไม่มีอะไร

คิดทบทวนแล้ว เกวลินตัดสินใจสะกดรอยตามดูศิธา จนเห็นแน่ชัดว่าเขาขับรถออกจากบ้าน มีชายหนุ่มนั่งคู่ไปด้วย พอเธอลองโทร.ถามว่าอยู่ไหน เขาก็บอกว่าอยู่บ้าน เท่านั้นเกวลินก็รู้แล้วว่า ศิธาหลอกลวงตนมาตลอด
ในขณะที่ม่านมัสลินซ้อมเดินแบบกับบรรดานางแบบอื่นๆ ที่ดูมืออาชีพมากๆ เอซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานของเกวลิน ได้รับการว่าจ้างจากพินสุดาให้ทำงานบางอย่าง เกวลินเข้ามาเห็นสองคนมีลับลมคมในกัน แต่ไม่ติดใจอะไร พอพินสุดาเห็นเกวลินก็เข้ามาต่อว่า
“พี่เก๋ความจำเสื่อมหรือว่าอยากท้าทายกิ๊บ กิ๊บบอกแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าถ้าพี่ให้งานนังนั่นอีก ก็เท่ากับว่าพี่ประกาศตัวเป็นศัตรูกับกิ๊บ”
“ฉันไม่เคยเอาเรื่องไร้สาระจากปากเธอมาใส่สมอง แล้วก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ฉันต้องกลัวคำขู่ของเธอด้วย”
“ถ้าอย่างนั้นเรื่องพี่เก๋กับนายศิธา...”
เกวลินไม่แคร์อีกต่อไป ทำเอาพินสุดาเคียดแค้นจะต้องทำให้เดือดร้อนกันทั่วหน้า...
บ่ายๆ เตชขับรถมาส่งจิรดาหน้าบ้าน เขาเร่งให้เธอลงจากรถไวๆเกรงคนมาเห็น จิรดาแกล้งถามว่ากลัวเมียเห็นหรือ เตชไม่ตอบขับรถออกไป จิรดายิ้มย่อง ที่ได้แก้แค้นบัวบงกชบ้าง ม่านมัสลินมาดักหน้าถามว่าแม่ทำตัวแบบนี้ได้อย่างไร ทั้งที่พ่อเพิ่งเสียไป จิรดาเอ็ดตะโรว่าที่ตนทำก็เพื่อให้ม่านมัสลินได้เจอกับคนบางคน จิรดาจะเผลอพูดออกมา เผอิญสายตาเหลือบไปเห็นภาพภาษิตที่จ้องมองอย่างน่ากลัว เธอตกใจวิ่งหนีขึ้นข้างบนไป ม่านมัสลินร้องเรียกงงๆ
เตชกลับถึงบ้านด้วยความรู้สึกผิด เจอบัวบงกชถือหนังสือพิมพ์รออยู่ พอเธอเห็นเขาก็ปรี่เข้ามาถามว่าเขาไปไหนมา เตชอึกอักๆตอบว่าเขาเมามากไปหน่อยเลยหาที่นอนพัก เตชพูดไม่ทันจบ บัวบงกชก็ยื่นหนังสือพิมพ์ให้ดู
“ทำไมยังมีข่าวเรื่องมัสลินจะเล่นหนังของคุณกับเสี่ยศักดาล่ะคะ”
“อ้อ...เรื่องนี้เองที่ทำให้คุณยืนดักรอเจอผม” เตชผิดหวังคิดว่าโกรธที่เขาไม่กลับบ้าน
บัวกงกชขอร้องอย่ายุ่งกับม่านมัสลิน เตชโยนหนังสือพิมพ์ลงโต๊ะ แล้วเดินหนีอย่างหงุดหงิด บัวบงกชตามทึ้งขอคำตอบ เตชโวย
“ผมไม่รู้ว่าคุณเป็นบ้าอะไรของคุณ ผมเป็นผัวคุณแท้ๆ คุณไม่เคยสนใจเลยว่าผมจะหายหัวไปไหน แล้วยัยนางแบบอะไรนี่มันสำคัญอะไรกับคุณนักหนา คุณกำลังทำให้ผมเป็นบ้ารู้มั้ยบัว ผมกำลังจะบ้า” เตชบีบไหล่บัวบงกชเขย่าแล้วผลักเธอลงไปนั่งที่โซฟา
มธุรินเข้ามาหยิบหนังสือพิมพ์ บัวบงกชหันมากระชากไม่ให้อ่าน “เอ่อ...แม่ต้องรีบใช้น่ะขอโทษนะ ไป...ทานของว่างกับแม่นะ แม่ให้เด็กตั้งโต๊ะไว้ที่ริมสระน้ำแน่ะ”
มธุรินถามเสียงอ่อยว่าทะเลาะกันอีกแล้วหรือ บัวบงกชดึงลูกสาวมากอดนิ่งไม่ตอบ...
วันต่อมา จิรดาแกล้งไปหาเตชที่บริษัทหวังจะให้บัวบงกช เห็นเพราะออฟฟิศอยู่ตึกเดียวกัน เตชรีบจะพาจิรดาออกไปข้างนอก มธุรินขับรถมาจอดตรงหน้าท่าทางเอาเรื่อง จิรดา ทำทีเป็นเอ็นดูแต่กลับถูกมธุรินด่าหน้าด้านและไล่ให้กลับไป ม่านมัสลินตามมาได้ยินเข้าพอดีจึงตอบโต้
“ผู้ชายคนนี้มากกว่ามั้งที่หน้าด้าน...อย่ายุ่งกับแม่ฉัน” ม่านมัสลินดึงจิรดาออกจากเตช
มธุรินก้าวเข้าตบหน้าม่านมัสลินและว่าแม่เธอต่างหากที่มาหาพ่อตนถึงที่ ม่านมัสลินตบคืนเพราะมาด่าแม่ตนเหมือนกัน เตชเลือดขึ้นหน้ากระชากม่านมัสลินมาตบที่ทำร้ายลูกสาว บัวบงกชมาเห็นตกตะลึง ปรี่เข้าดึงม่านมัสลินออกจากเตช โวยวายใส่
“หยุดนะคะคุณเตช ถ้าขืนคุณแตะต้องตัวมัสลินอีก คุณกับฉันมีปัญหากันแน่”
“มัสลิน...” เตชกับมธุรินเอ่ยขึ้นพร้อมกันอย่างตกใจ คนนี้นี่เอง...
บัวบงกชมาส่งจิรดากับม่านมัสลินที่บ้าน เธอเตือนจิรดาให้เลิกทำร้ายจิตใจม่านมัสลินเสียที ไม่ควรให้ลูกได้เห็นแม่อยู่กับผู้ชายอื่นแบบนั้น จิรดาหัวเราะที่ทำให้บัวบงกชหึงได้
“ไง...รสชาติของการถูกแย่งของรักน่ะมันเป็นยังไง รู้แล้วใช่มั้ย...สิ่งที่ฉันทำถือว่ายังน้อยไป ถ้าเทียบกับความหน้าด้านของเธอที่เข้ามาแทรกระหว่างฉันกับภาษิต”
“คุณจิรดา...คุณฟังฉันสักนิดได้มั้ย ฉันกับภาษิต...”
“หุบปาก ภาษิตไม่เคยรักฉันเลย ทุกลมหายใจเข้าออก เขามีแต่เธอ ทุกอย่างที่เขาทำก็เพื่อเธอ แม้กระทั่งเรื่องนังมัสลิน”
“ไม่นะ ไม่เกี่ยวอะไรกับหนูมัสลินเลย คุณจะเกลียดฉันก็เกลียดไป อย่าเอาหนูมัสลินมาเกี่ยวด้วย” บัวบงกชลนลานขอร้อง
“หึๆฉันอยากให้เธอเห็นหน้าตัวเองตอนนี้จังเลย ว่ามันซีดจนไม่มีสีเลือด...บัวบงกช นางพญาธรรมะวาไรตี้ของใครๆไหงหงอเป็นลูกแมวอย่างนี้ล่ะ เธอกลัวอะไรฉันเหรอ ชื่อเสียงเกียรติยศเธอมันคงค้ำคอจนไม่มีหน้าจะยอมรับสายเลือดตัวเองสินะ”
“ไม่จริง คุณพูดเรื่องอะไรของคุณ ไม่จริง” บัวบงกชน้ำตาเอ่อเบ้า
จิรดาบอกให้บัวบงกชจำไว้ว่า ตนรู้เรื่องระหว่างเธอกับภาษิต และตนจะทำให้เธอเจ็บกว่าร้อยเท่าพันเท่า อะไรที่เธอรักตนจะทำลายให้หมด บัวบงกชร้องไห้ดึงแขนจิรดาขอร้องอย่าทำ ม่านมัสลินเข้ามาดึงจิรดาไว้ แล้วออกปากไล่บัวบงกช ประกาศเราเสียหายพอกัน ตนรับปากจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวเธออีก...บัวบงกชเห็นท่าทีม่านมัสลินที่รังเกียจตนถึงกับร้องไห้โฮด้วยความปวดร้าว ม่านมัสลินมองดูอย่างงุนงงสงสัย
ooooooo
   

เก็บความสงสัยมาครุ่นคิด หลังทำงานที่โรงทานเสร็จ ม่านมัสลินสับสนว่ามันเรื่องอะไรเธอหลับตาคิดถึงภาษิต พลันกานนเข้ามานั่งข้างๆและยื่นหน้ามามองเธอม่านมัสลินลืมตาขึ้นตกใจร้องว้าย...แล้วถอยกรูด กานนถามว่ามานั่งทำสมาธิอะไรกลางแดดเปรี้ยงๆ
ม่านมัสลินตั้งสติได้ คุยกับกานนเรื่องพ่อ เธอยังน้ำตาซึมเมื่อพูดถึงพ่อ กานนเข้าใจดีเพราะเขาก็สูญเสียเหมือนกัน กานนส่งผ้าเช็ดหน้าให้เธอซับน้ำตาก่อนจะเล่าอดีตของตน
“ถึงคุณจะเพิ่งเสียคุณพ่อไปก็เถอะ แต่คุณยังดีที่มีทั้งพ่อและแม่มาเกือบตลอด แต่ผม หน้าพ่อกับแม่เป็นยังไงก็ลืมไปแล้ว...ท่านทั้งสองเสียไปตั้งแต่ผมอายุไม่ถึงสิบขวบ อุบัติเหตุน่ะครับ”
“เสียใจด้วยนะคะ”
“ครับ พอพ่อกับแม่ผมเสียไปไม่เท่าไหร่ พี่ชายกับพี่สะใภ้ผมก็เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตทั้งคู่อีก ผมก็เลยโตมากับคุณอาน้องพ่อ และก็เจ้าหลานชายตัวแสบ ลูกของพี่ชายที่ทิ้งไว้ดูต่างหน้า”
“ฟังเรื่องคุณแล้ว เรื่องของฉันเล็กจิ๊ดเดียวไปเลย”
กานนซื้อดอกไม้ข้างทางให้เป็นกำลังใจ ม่านมัสลินขอบคุณที่คุยเป็นเพื่อนตน กานนมองนาฬิกาแล้วนึกได้ว่ามีงานต้องไปทำ ม่านมัสลินก็เช่นกัน ต่างคนแยกกันคนละทางแล้วนึกได้หันมาขอเบอร์โทร.กัน ทั้งสองหัวเราะขำกันและกัน...
ม่านมัสลินรีบมาที่งานแฟชั่นโชว์นาฬิกา เกวลินแซวว่ามาทำไมแต่ไก่โห่ เธอตอบว่าตนมักจะมาก่อนเวลาจนชินแล้ว เกวลินชมว่ามีวินัยแบบนี้รุ่งแน่...
ขณะเดียวกัน มธุรินไปเล่าให้พินสุดาฟังเรื่องที่ตบตีกับม่านมัสลิน พินสุดายิ่งโกรธ โทร.นัดเอมาพบที่ร้านกาแฟ... เอเดินเข้ามาในร้าน เผอิญเจอกับม่านมัสลิน จึงทักทายกัน พินสุดากับมธุรินเดินออกมา ไม่ทันเห็นม่านมัสลิน ต่อว่าเอที่ไม่เข้าในร้านเสียที แต่พอเห็นม่านมัสลินต่างตะลึง ม่านมัสลินพูดกับมธุรินว่า เราไม่มีอะไรต่อกันแล้วนะ แล้วจะเดินไป
พินสุดามาขวางจะเอาเรื่องที่มาตบเพื่อนตน มธุรินกระซิบว่าตนทำเขาก่อน พินสุดาไม่สนใจ ด่าม่านมัสลินหน้าด้านทั้งแม่ทั้งลูก ม่านมัสลินหันขวับมาจ้องหน้า พินสุดาถากถาง
“เลือดหน้าด้านของเธอคงได้มาจากแม่สินะ ได้ยินว่าหอบสังขารหงำเหงือกไปเสนอพ่อเพื่อนฉันถึงบ้านเขาเลยนี่”
“ที่บอกว่าจบน่ะคุณหมายถึงอย่างนี้น่ะเหรอ” ม่านมัสลินหันไปถามมธุริน
“เธอยืนให้เขาหาเรื่องเองต่างหาก” มธุรินตอบแล้วดึงพินสุดาให้กลับเพราะอายผู้คน
“ฉันไม่ปล่อยกุเทพให้เธอง่ายๆเหมือนที่แม่ยัยเดียร์ปล่อยสามีเขาให้แม่เธอหรอกนะ” พินสุดาจงใจพูดเสียงดังให้คนในร้านได้ยิน มธุรินดึงเพื่อนออกไป ปล่อยม่านมัสลินยืนหน้าชา
ม่านมัสลินเหม่อลอยเพราะมีเรื่องรบกวนจิตใจ จนมือถือดังไม่ได้ยิน ช่างแต่งหน้าเตือนให้รับสาย แต่เธอรับไม่ทันเห็นชื่อหน้าจอว่ากุเทพ...ขณะนั้น กุเทพขับรถพากานนไปงานแฟชั่นนั้น กานนเห็นกุเทพมีมือถือสองเครื่องจึงเอามากดเล่นเครื่องหนึ่ง เผอิญมีสายเข้า...
ooooooo

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย บทประพันธ์ วราภา จากบทละครโทรทัศน์ทางช่อง 7 โดย ฉายฉันท์
  • 3 กันยายน 2554, 08:11 น.

No comments:

Post a Comment

My Blog List